10 วันในค่ายอาสา

posted on 22 Oct 2007 17:24 by initiala0099

หายหน้าหายตาไป10 วัน ก็เพราะฉันอาสาไปค่ายอาสา ที่โรงเรียนบ้านผาแมว จังหวัดลำปาง
ซึ่งฉันอยากไปเพราะอย่างแรกคือไม่มีอะไรทำตอนอยู่บ้าน(นอกจากอ่านหนังสือและเล่นเน็ต)
ฉันเลยอยากออกต่างจังหวัด แต่เมื่อไปถึงก็ต้องอึดถึกตั้งแต่วันแรก เพราะต้องขนของสารพัด
แล้วอยู่ที่นั้นได้ทำอะไรบ้าง

11 ต.ค. 2550

ตอนเช้าได้เข้าร่วมพิธีรำดาบไหว้ครูของชมรมศิลปะป้องกันตัวและอาวุธไทย
ตอนบ่ายขนของไปที่คณะเตรียมตัวเดินทาง แต่กว่าจะออกเดิอนทางได้ ก็ต้องรอ
รอ และรอ จนกระทั่ง 4 ทุ่มรถไฟจึงออก ตอนนั้น ฉันยังลัลล้าอยู่เลย

12 ต.ค.2550

ถึงโรงเรียนต้องขนของสารพัด แดดแรงแรงไม่ใช่เล่น ขนของเสร็จ ฉันก็บ้าพลังไปกวาดดินที่ลานกิจกรรม ขณะคนอื่นๆ
คนอื่นรุ่นเดียวกันกำลังนั่งประชุม ตอนบ่ายมีซ้อมละครห้องสมุด บทฉันน้อยมาก

13 ต.ค.2550

ทำโครงสันทนาการและห้องสมุด ฉันแยกหนังสือและจัดหนังสือ จัดอยู่ดีๆ เจอหนังสือ"รวม 50 ดาวเปลือย"
ประมาณ20ปีที่แล้ว อารมณ์อยากรู้อยากเห็นเลยกำเริบ หยิบมาอ่าน คนอื่นก็แย่งกันอ่าน แต่ขณะที่คนอื่นกำลังอ่าน
เด็กชายตัวเล็กๆ ก็เข้ามาในห้อง แต่ยังไม่เห็น เลยรีบเก็บยกใหญ่ ฉันก็พยายามให้เขาทำกิจกรรมอย่างอื่น
เช่นไปช่วยทำงานข้างนอก หรือไม่ก็เล่นข้างนอกแทน ตกลงเด็กเห็นหรือเปล่าหรือเปล่า ไม่รู้สิ หุหุหุหุ
ตอนเย็น พักสมองได้เต็มที่เพราะมีวงดนตรีหมอจากโรงพยาบาลลำปาง มาเล่นดนตรี แรกๆก็คิดว่าน่าเบื่อ
แต่ฉันเริ่มตกอยู่ในภาวะภวังค์เมื่อมีเด็กหญิงคนหนึ่งออกมาฟ้อนรำ มือที่อ่อนช้อยทุกท่วงท่า ทำให้ฉันเหมือนถูกสะกดจิต แล้วความรู้สึกที่กล่าวมาข้างต้น
ก็หายไป กลายเป็นความสนุกสนาน เพราะเปิดโอกาสให้ชาวค่ายได้เต้นอย่างเต็มที่


14 ต.ค.2550

สอนเด็ก ป.6 มีรุ่นพี่มาช่วย นึกว่าจะจริงจังแต่เด็กก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ จริงๆฉันออกจากเจี๋ยมเจี้ยม
พูดน้อยแต่แสดงออกเยอะ ตอนเต้นสันทนาการก็ปล่อยออกมาเต็มที่ ถึงแดดจะแรงก็ตามเถอะ
ไม่รู้ว่าที่ฉันได้ทำมาจะมีใครเห็นหรือเปล่า เพราะคนในค่ายมัวแต่สนใจคนที่ชอบทำตัวให้โดดเด่น
ขณะฉันก็ทำงานและทำงาน ฉันมาค่ายไม่ได้หวังอะไรมาก แค่รู้สึกสนุกที่ได้ออกต่างจังหวัด และฉันมาค่ายเพื่อพิสูจน์ว่าฉัน
มีความสามารถ มีอุดมการณ์มากแค่ไหน ฉันไม่ใช่ฮี่โร่ในมายาคติที่เวลาทำอะไรก็สมบูรณ์แบบไปหมด ฉันเป็นในสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน
และฉันมักจะทำเท่าที่มีอย่างเต็มที่

15 ต.ค.2550

อยู่โครงสวัสดิการ ชาวค่ายเรียกว่า "สวก" กะจะทำอาหาร แต่เท่าที่ทำได้คือล้างจาน
ล้างสารพัด ที่เด็ดสุดๆคือ ไปเก็บหญ้าที่สนามฟุตบอล เพราะสนามมันรก ละชาวบ้านยังไม่ได้มาเก็บเลย ฉันเก็บอย่างเต็มที่
ทั้งใช้มือ คราด และเท้า ตอนเก็บก็สนุกนะ แต่ตอนล้างมือล้างเท้านะสิ แสบร้อนมากๆ เพราะโดนหญ้าทิ่มเป็นจุดตามตัว

16 ต.ค. 2550

อยู่โครงงานสร้าง งานที่ได้ทำคือก่ออิฐ แบกอิฐ ใช้ไม้บรรทัดน้ำ ที่ออกแรงจริงคือตอกร่องอ่างเพื่อเทปูนแล้วก่ออิฐ
ตอนบ่าย กะจะฉาบปูน แต่ที่ทำได้คือไปขูดสีกำแพงวัด ขูดไม่ออก สีทนได้สุดๆ


17 ต.ค.2550

ไปปลูกป่า พื้นที่รกมากเพราะมีทั้งตะขาบ มด รังแตนเป็นต้น แต่งานก็ผ่านไปได้ เลยมีเวลาว่างมากๆ
พ่อหลวง(ผู้ใหญ่บ้าน)จึงพาชาวค่ายไปเที่ยวน้ำตก แต่มันไม่ใช่น้ำตกแบบที่หลายคนคิดไว้แบบที่เคยเห็น
ตามนิตยาสารท่องเที่ยว เพราะทางที่ไปรกมากๆ ชันก็ชัน หินก็ลื่นๆ ยิ่งสูงเท่าไร ก็ยิ่งชันมากขึ้น ก็เลยไปเท่าที่ทำได้
เพื่อความปลอดภัย เขาเป็นชาวบ้านที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบนี้มาตั้งนาน แต่เราเป็นชาวเมือง
เราจะไปสู้เขาไม่ได้หรอก ตอนกลับบ้านนะสิ ฉันใจร้ายกับคนอื่นมากไปหน่อย ตรงที่คนข้างหลังมัวแต่ร้องเพลง ทั้งๆที่เป็นช่วงเวลา
ที่ต้องเดินป่าเพื่อขึ้นรถกลับค่าย เพราะใกล้เย็นมากแล้ว

18 ต.ค.2550

ได้สอนเด็กป.6 อีกครั้ง ครั้งนี้เด็กเริ่มลามปา แต่ก็คุมได้เพราะฉันเล่นละครให้เด็กดู เป็นพระเอก
ตอนบ่ายเล่นละครห้องสมุด เป็นประธานาธิบดี USAที่ไม่มีใครสนใจ โผล่มาทำหน้าแบบโอ้พระเจ้าไอน์สไตน์
เล่นแบบว่าเตรียมตัวไปรับรางวัลนักแสดงยอดแย่ไปซะงั้น

19 ต.ค. 2550

สวัสดิการรอบสองตอนเช้าไปสูบลมจักรยานให้น้อง ได้ล้างจาน หั่นผักและซักผ้า ตอนบ่ายแอบหนีงานไปเก็บ
ไม้ไผ่ เตรียมงาน ส.พ.ช. ไนท์ ซึ่งมีการแสดงละครล้อหนังจีน แรกๆฉันเล่นเป็นลูกน้องจอมมาร
ภายหลังได้เลื่อนขั้นเป็นจอมมาร(สมใจ) คืนนั้นก็สนุกสนาน เพราะนักแสดงทุกคน ต้องทาหน้าขาวทั้งหมด ฉันเลยหน้าขาวแบบจู ออนไปด้วย
กลายเป็นละครหน้าขาวไปซะงั้น(จอมมารอะไรเนี่แต่งผ้าขาวม้า ยังกะคนไฟบิน)

20 ต.ค. 2550

กีฬาสีของเด็กบ้านผาแมว ครั้งนี้ฉันเหนื่อยมากๆถึงขนาดกินข้าวเที่ยงเสร็จก็นอนก็บนพื้นในลานประชุม
ตื่นตอนบ่ายเพื่อเล่นวอลเลย์กับชาวบ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เล่น เพราะคนอื่นแข่งฟุตบอลจนเย็นมาก เดี๋ยวไม่มีเวลาจัดของ
พรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพแล้ว จนกระทั่งตอนเย็น ฉันก่อเรื่องบางอย่างที่ไม่น่าให้อภัยตัวเองเลย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
อยู่ดีๆน้องก็มาพูดกับฉันในลักษณะลามก แถมน้องก็พูดแบบตรงๆด้วย ฉันพยายามไม่สนใจหรือเบี่ยงประเด็น
แต่น้องก็พูดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนความอดทนของฉันถึงขีดสุด ฉันเลยด่าน้องพร้อมทั้งเขวี้ยงกระถางลงพื้นให้ดู

เพราะความผิดที่ฉันทำ ฉันเลยเก็บไปคิดมาก บวกกับความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ฉันเลยปวดหัว ต้องนอนในห้องพัก
เลยไม่ได้เข้าร่วมพิธีบายศรีกับชาวบ้าน แต่ฉันคิดถูกแล้วที่นอนในห้อง เพราะหลังจากพิธีบายศรีเสร็จ
ชาวค่ายต้องนอนในลานประชุม แถมขณะนอน ก็จะมีมือมืดมาเขียนหน้า เขียนตามตามแขนตามขา ฉันนอนในห้อง
เลยรอดตัว ตื่นขึ้นมา ไม่ต้องล้างตัวให้วุ่น

21 ต.ค. 2550

ถึงเวลาต้องกลับกรุงเทพฯ 10 วันที่ผ่านมา ฉันนทุ่มเทจนหมดแรงในวันสุดท้าย แม้จะแวะโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
ก็ตาม ฉันหมดแรงแล้ว จะไปไหนมาไหนก็นอนที่นั่น แม้กระทั่งชานชลารถไฟ ฉันหมดพลังแล้ว ไม่เหลือแล้ว

22 ต.ค. 2550

ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ ในสภาพอิดโรยและกลับไปเป็นตามเดิม

แล้ว10วันฉันได้อะไรกลับมาบ้าง ฉันว่ามันเป็นแค่บทเรียนบทหนึ่งที่ทดสอบว่าฉันเป็นคนอย่างไร
อยู่10วันยังพิสูจน์คุณค่าของคนอย่างเด็ดขาดไม่ได้หรอก กาลเวลาและประสบการณ์กำลังพิสูจน์ตัวฉันอยู่

 


edit @ 22 Oct 2007 18:07:58 by initial A

edit @ 13 Dec 2007 15:10:43 by initial A

Comment

Comment:

Tweet

Fake Oakley Fuel Cell Sunglasses
Montblanc Pen
Oakley Bottlecap sunglasses
Mont blanc Rollerball Pen

#13 By MontBlanc pens UK (59.60.122.149) on 2012-04-27 15:38

Mont blanc Boheme Pen uk
Oakley Dispatch sunglasses
Mont Blanc UK
Replica Oakley Fuel Cell Sunglasses
Mont blanc Rollerball Pen uk
Oakley Flak Jacket sunglasses
Mont Blanc Pens
Fake Oakley Gascan

#12 By mac cosmetics sale (59.60.122.149) on 2012-04-27 10:01

หนังแบบ "หอแต๋วแตก" หรือ ๐"บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม" หรือ "พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า" คงกลับมาเกลื่อนเมืองอีกครั้ง

#11 By شات مصري (41.238.158.215) on 2011-12-26 19:02

asdf

#10 By Moncler Outlet (117.28.249.58) on 2011-11-02 15:31

I stayed at home for the four months, no news)

#9 By juicy (123.165.104.221) on 2011-01-16 16:04

ออกค่ายดีจะได้มีประสบการณ์นะเด็กฯ open-mounthed smile

#8 By พันพร (117.47.41.249) on 2009-09-04 13:02

ดีนะโรงเรียนบ้านเราคิดถึงจังครับ

#7 By อ๊อด (222.123.21.95) on 2009-09-02 09:09

เราขอบคุณทุกทุกคนที่ไปช่วยพัฒนา ม.บ้านของเราขอบคุณสำหรับสิ่งที่ดีดีที่มีให้เด็กเด็ก เราคิดว่าเด็กเด็กและชาวบ้านเขาคงไม่ลืมพี่พี่หรือลูกลูกหลานหลานที่มีความเมตตาให้กับคนในหมู่บ้าน

#6 By (124.120.233.58) on 2009-03-26 17:02

ขอบคุณและขอบใจพี่ๆทุกคนด้วยนะค่ะ ถึงแม้ว่ายุ้ยจะจบมาหลายปีแล้ว แต่ยุ้ยยังรักและคิดถึงคุณครูอาจารย์ทุกคนมากเลยนะค่ะ จากเด็กคนดื้อดึง YUYbig smile open-mounthed smile confused smile

#5 By น้องยุ้ยงัย (119.42.77.51) on 2008-11-13 16:49

บ้านเราเองbig smile big smile big smile

#4 By ยุ้ย (119.42.77.51) on 2008-11-13 16:42

ตามมาเม้นท์
ไปค่ายเหนื่อยแต่ก็สนุกดีแฮะ
ได้ประสบการณ์อะไรอีกหลายอย่างเลยล่ะ
โดยเฉพาะเรื่องสอนเด็ก ที่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้มากๆ เพราะเราเป็นคนอารมณ์ร้อน ไปสอนเด็ก เจอเด็กทำให้วุ่นวายเยอะ แต่คราวนี้ก็เอาชนะตัวเองด้วยการทำให้ใจเย็นได้
แล้วก็ยังได้ลองพวกงานสร้างดูด้วยอะ งืดดดดด

ไว้คราวหน้าไปกันอีกป่ะ?

#3 By Night_Wizard on 2007-10-31 20:56

กราบงามๆสามที...
ข้าพเจ้ามิถึกพอที่จะไปค่ายsad smile

#2 By nanoguy (61.7.133.50) on 2007-10-25 13:23

แล้วประสบการณ์จะสอนเราเอง

#1 By NamF-o-n on 2007-10-22 18:28