SALO สุขนาฏกรรมอเวจี
posted on 29 Dec 2007 09:12 by initiala0099
สอบเสร็จก่อนใคร ฉันเลยดูหนังสักเรื่อง ไม่ใช่หนังโรงหรอก เป็นหนังที่ฉันอยากดูมาก
เพราะได้ยินกิตติศัพท์ของความแรงในหนัง แม้จะเป็นหนังเก่ามากๆก็ตาม แต่ด้วยอารมณ์สดใส
หลังจากสอบเสร็จ เลยฉลองด้วยการดูหนังที่"แปลก"ซักหน่อย(แต่ได้ยินชื่อแล้ว คงไม่หน่อยแล้วละ)
เป็นหนังอิตาลี แน่ละ คงไปดูหนุ่มหล่อๆนะสิ ใช่คะ ในหนังเรื่องนี้ก็มีหล่อๆบ้างเป็นพักตา
Salo,the 120 Days of Sodom
เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของผู้กำกับชื่อดังชาวอิตาลี ปีแอร์ เปาโล ปาโซลินี ดัดแปลงจากนิยายของ
มาร์กี เดอร์ซาด (ซึ่งนามสกุลของเขาเป็นที่มาของคำว่า Sadism) ไตเติ้ลของหนังเปิดด้วยเสียงเปียโน
บรรเลงโดยโชแปง มีฉากหลังสีขาวสว่างจ้า ราวกับว่าโลกใบนี้มันช่างสดใสเสียจริงๆ จากนั้นก็ปฐมบทด้วยการจับกุมวัยรุ่นชายหญิง 18คน โดยพวกทหารฟาสซิสต์และนัการเมือง เพื่อนำไปกักขังไว้ที่วังโอฬารแห่งหนึ่ง ระหว่างทางวัยรุ่นบางคนหนีตาย(แล้วก็โดนยิงตายจริงๆ)คนอื่นคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าในวังแสนสุขอาจจะทำให้พวกเขาต้องคิดใหม่เสียว่า
"รู้อย่างนี้ โดนยิงตายซะดีกว่า"
นาฏกรรมอเวจีเเริ่มบรรเลงขึ้น หนังแบ่งเป็นองค์ๆราวกับขุมนรกแต่ละขุม องค์แต่ละองค์ก็จะมีป้าหน้าแม่มด
มาเล่าประสบการณ์ทางเพศอย่างหน้าชื่นตาบานตั้งแต่โสมมจนถึงวิตถาร พร้อมกับเสียงบรรเลงเปียโน
ด้วยบทเพลงของโชแปง ขณะเดียวกันหนังก็นำเสนอการทรมาน การกระทำวิตถารกับนักโทษวัยรุ่นสารพัดอย่างชัดแจ้ง จนกลายเป็นความรู้สึกยิ่งกว่าขนลุก ตั้งแต่จับแก้ผ้า ข่มขืน บังคับแต่งงานแล้วร่วมรักให้ทหารดู คลานและกินอย่างสุนัข จับประกวดบั้นท้าย จนถึงฉากเด็ดของเรื่อง นั่นคือบังคับให้นักโทษกิน เอ่อ ....อุจาระ เป็นอาหารเย็นอย่างหรูหรา!!!
ภาพที่เห็นในหนังดูเหมือนทำขึ้นเพื่อสนองตัณหา จนถึงขั้นโรคจิต(ยอมรับว่า ฉันก็คิดอย่างนั้นจริงๆ)แต่สิ่งที่หนังต้องการนำเสนอมีอะไรมากกว่าความโหด สกปรกที่ปรากฏให้เห็น หนังพยายามประณามความหลงใหลอำนาจและความไร้มนุษยธรรมของชนชั้นปกครอง ที่ใช้อำนาจต่อผู้ใต้ปกครองเพื่อสนองความสุขของตนเอง คนเหล่านั้นสะกดคำว่าเมตตาไม่เป็น ยิ่งไปกว่านั้นบุทสรุปของนาฏกรรม พวกที่มีอำนาจเหล่านั้นยังสามารถเอาตัวรอด เสวยสุขในตอนท้าย
ในขณะเหยื่อของการกระทำ ต้องก้มหน้ารับโทษทัณฑ์ กระทำทารุณต่อไป ซึ่งองค์สุดท้าย "วังวนแห่งคาวเลือด"แม้จะไม่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของเหยื่อ แต่ภาพการกระทำทารุณนักโทษ เป็นอะไรที่..เกินคำบรรยาย
หนังเรื่องนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ ตรงที่นักโทษในเรื่องเป็นวัยรุ่นมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง ไม่ได้เป็นคนยากจนอะไรเลย ซึ่งอาจจะสะท้อนให้เห็นว่าระบอบการเมืองมีอิทธิพลต่อชนชั้นกลางมากมายขนาดไหน เพราะหากการเมืองการปกครองมีปัญหาใดๆ ต่อประชาชน เช่นผู้นำไร้คุณธรรม การฉ้อฉล การทำสงคราม ต่างๆนานา ชนชั้นกลางนี่แหละจะรับรู้เท่าทันและเป็นฝ่ายปลุกระดมก่อน โดยเฉพาะนักศึกษา เพียงแต่หนังไม่ได้นำเสนอที่มาที่ไปของทั้งสองชนชั้น(ฉากปลุกระดมก็ไม่มีให้เห็นเลย)เพราะโดนฉากแรง(มากๆ)
ขโมยความสนใจไปหมด
หรือบางทีอาจจะทำให้ฉันคิดว่า การเมืองการปกครองและอำนาจเป็นเรื่องไร้สาระ ไร้ที่มาและเหลวไหลจนถึง
เหลวแหลก คาตา หรือไม่ก็อำนาจทางการเมืองเป็นแค่นาฏกรรมเรื่องหนึ่งของคนมีอำนาจกลุ่มหนึง เพื่อสนองความสุขแก่ตนเอง ไม่มีคำว่า"คุณธรรม"
edit @ 29 Dec 2007 23:04:26 by

อยากดูเป็นที่สุด
โฮกกกกก
#1 By nanoguy on 2007-12-29 13:04