11 - 21 มีนาคม 2552
...................................

นับว่าเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรัลบการทำค่ายอาสาของคณะ ซึ่งปีนี้แตกต่างจากปีที่ไปลำปางอยู่มากเพราะสมาชิกน้อยลงเรื่อยๆ (20 กว่าคน ผู้ชาย 2 คน) และทั้งหมดอยู่คณะอักษร อย่างไรก็ตาม จะน้อยเพียงใด ก็ยิ่งรู้สึกว่าค่ายปีนี้ มีความเป็นกันเองมากขึ้น

11 มีนาคม

  ค้างคณะ เตรียมสื่อและของกินที่ไม่นึกเลยว่าจะได้เยอะขนาดนี้ แลกตาซอย ทาโร่ โกโก้ ครันช์ ฯลฯ สงสัยว่าอยู่ค่าย น้ำหนักคงไม่มีวันลด และอีกอย่างที่ต้องทำใจคือ ค่ายปีนี้จะไม่มีการซักเสื้อซักกางเกงเป็นอันขาด (ยกเว้นชั้นใน) ฉันเลยเตรียมว่า อยู่ค่ายสิบวัน กางเกงยีนตัวโปรดของฉันจะทนนานขนาดไหน

12 มีนาคม

 นั่งรถที่ขนสัมภาระอย่างทุลักทุเลจากจุฬา ถึงชัยนาท เอ๊ย ชัยภูมิโดยสวัสดิภาพ ซึ่งงานแรกของการมาถึงโรงเรียนบ้านท่าทางเกวียนคือ แยกหนังสือในห้องสมุดเก่า และแล้วก็มีผู้ต้อนรับแขกอย่างอกสั่นขวั่นหายคือ ตุ๊กแก ไม่ใช่แค่ห้องสมุดเก่า ห้องคอมที่ใช้เป็นห้องนอนก็มี ตุ๊กแก อากาศเย็นมากเลยนอนอกสั่น ไม่ใช่แค่หนาวหรอก กลัวแมลงหรือไม่ก็ตุ๊กแกมาโผล่อยู่ตรงหน้า

13 มีนาคม

 ศุกร์ 13 จริงๆ คุมเด็กที่ดูเหมือนจะกินตับฉันอยู่รอมร่อ แต่ไม่แรงเท่าที่ตอนรวมแถว เด็กดื๊อมากๆ จนพี่ติวหัวหน้าค่ายต้องเปลี่ยนสภาพจากนางฟ้า กลายเป็นนางมารใส่เข้าให้ แต่ฉันก็เริ่มเข้ากับเด็กได้..บ้าง นอกจากนี้ห้องที่จะทำเป็นห้องสมุดใหม่ ซึ่งเดิมเป็นห้องเรียน (เพราะที่เก่าไกลมาก แถมมีตุ๊กแกเป็นเจ้าที่อีก) ดูโทรม ต้องทาสี ไม้ก็ถูกปลวกกินตั้งเยอะ  จนกระทั่งเหนื่อยนัก ก็พักนอน ฝันร้ายเกือบเป็นจริง เพราะเปิดไฟในห้อง ตุ๊กแก 4 ตัวเกาะอยู่สารพัดที่ ทำไงได้เล่า ยิ่งใจหาย...แต่นึกในใจก็พยามกล้าๆ จะจับให้ได้ กระนั้นนึกๆไป คงสยองถ้าตัวตุ๊กมาอยู่ในมือเปล่าๆ


14 มีนาคม

  เด็กนรกจริงๆ สอนอนุบาล2-3(อะไรดลใจให้ฉันไปสอนเนี่ย) ก็ดูเหมือนไม่ได้สอน ต้องเป็นผู้คุมอย่างเดียว แล้วก็มีเด็กบางคนที่นึกถึงฉันตอนเด็กที่ไม่เล่นกับใคร แยกตัวอยู่คนเดียว ฉันเลยนึกสงสาร แต่พี่คนอื่นบอกว่าปล่อยไป อย่างไรก็ตาม เมือถึงช่วงเล่นเกมแฟนพันธุ์แท้กับทายสารพัดเสียง เด็กสนใจมากขึ้น

15 มีนาคม

  วันออกไปทำบ้านดิน ฉันคิดว่ามีอยู่ฉันคนเดียวที่ตั้งอกตั้งใจโบ๊ะดิน เหยียบดิน และฉาบดิน ขณะคนอื่นทำไป เล่นปาดิน แกล้งดึงเพื่อนตกหลุมดิน แหม ฉันทำราวกับว่าเรียน ถ้าหางานทำที่ไม่ได้ดั่งใจก็ไปเป็นคนสร้างบ้านดิน แม้จะฉาบไม่เรียบเอาเสียเลย ด้วยการที่เดินขึ้นเขา ทำบ้านดิน ขณะอยู่ค่ายก็ถูพื้น เลยหิวน้ำมากๆ ดื่มน้ำเยอะ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนกลางคืน ฉันเข้าห้องน้ำบ่อย

16 มีนาคม

 ผิดหวังอย่างรุนแรงที่อุตสาห์ได้โครงชาวบ้าน หวังว่าจะได้นั่งรถกระบะ ไปขุดมัน ขึ้นเขา ลงห้วย แม้จะเหนื่อย แต่ดีกว่าต้องมายืนสอน และคุมเด็กแสบ ที่ไหนได้ ไม่ได้ออกไปไหนเลย จัด หนังสือในห้องสมุดอย่างเดียว  แต่หนังสือที่เอามาก็น่าสนใจมากๆนะ ขนาดมีใครก็ไม่รู้ เอานิทานหมาคาบเนื้อกับเงา เป็นภาษาอิตาเลียนมาให้ด้วย
ช่วงบ่าย ต้องไปประจำฐานในงานอนามัยซึ่งเหมาะกับฉันมาก และดูเหมือนเหมาะกับเด็กๆ นั่นคือ เต้นแอโรบิก เด็กๆก็ชอบที่ฉันกับเพื่อนเต้นให้ดูนะ แม้ฉันจะต้องคิดท่าสดๆ ไม่ได้เตรียมอะไรมาก่อนเลยว่าฉันจะต้องเต้นท่าอะไรบ้าง จนเมื่องานเสร็จ ก็ไปดูเสียว่าที่ศาลา มีคนมาตรวจร่างกายเยอะขนาดไหน ส่วนใหญ่เป็นพวกเฒ่าๆทั้งนั้นแหละ ฉันเห็นเพื่อนๆช่วยงานนั้นงานนี้ เลยนึกไม่ออก หรืออายว่าจะช่วยพวกเขายังไง เท่าทีทำได้ เห็นคนนั่งรอกันเยอะ เลยไปนั่งคุยกับเขาให้หายเครียดที่ต้องรอ ลืมไปเลยจะน้อยใจหรือดีใจที่บางคนเห็นฉันใส่เชิ้ตขาว จนคิดว่าฉันมาจากคณะแพทย์


17 มีนาคม

 คุมและสอนเด็กอีกแล้ว คราวนี้เปลี่ยนจากอนุบาล เป็นป.4 บอกได้เลยว่าผิดคาด เพราะสอน2วิชาพละ และ ศิลปะ กับนุชชี่ เพื่อนที่ฉันคิดว่าไว้ใจเขามากที่สุด  เด็กตั้งใจเรียนและทำงานอย่างมาก โดยเฉพาะ Pop-up ที่ดูเหมือนว่าจะยาก ขนาดฉันไม่รู้เลยว่าทำอย่างไร เด็กชอบมากๆที่จะวาดรูป ระบายสีลงในการ์ดPop-up ของตัวเอง ส่วนที่เป็นPop-up ก็ช่วยๆกันทำตาม ถ้าเห็นว่าทำไม่ได้หรือทำผิด พี่ก็จะไปช่วย
 
 นึกๆไป ถ้าฉันเป็นครู ฉันอยากสอนวิชาศิลปะมากๆ แม้คิดว่าฉันวาดรูปไม่เก่ง ไม่เคยคิดจะวาดรูปส่งเข้าประกวด มีแต่เคยถ่ายรูปส่งเข้าประกวด(แล้วตกรอบเป็นนิจ)

18 มีนาคม

  นี่จะให้ฉันกลายเป็นครูประจำโรงเรียนหรือไง วันนี้ถึงได้โครงสอน แต่ขยับจากป.4 เป็น ป.2-ป.3 สอนพละและประดิษฐ์สมุดรีไซเคิล ซึ่งยังดีที่เป็นวิชาที่เด็กชอบมากสำหรับวิชาที่ต้องใช้กำลัง ได้ขีดเขียน ประดิดประดอย ขณะเดียวกันก็นึกๆอิจฉาโครงชาวบ้านที่ไปขุดมันและเดินป่า แต่ภายหลังรู้สึกดีขนาดไหนที่วันนี้ไม่ได้อยู่โครงชาวบ้าน เพราะรุ่นพี่คนหนึ่งที่ไปขุดมันเดินป่า ดันหยิบขี้หมาที่เปื้อนร่ม

  อยู่ค่ายฉันรู้สึกเดียวกันกับพี่ติวที่นักเรียนโรงเรียนนี้เอาจริงๆเอาจังในการแข่งขันกันมากๆ และแน่นอนว่าอยู่ค่ายนี้ น้ำหนักไม่ลด (ยังไม่พอ เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก)


19 มีนาคม

เป็นจริงอย่างที่คาด ได้โครงสอนอีกแล้ว ชั้นเดียวกับเมื่อวาน กระนั้นใช่ว่าจะง่ายเหมือนเก่า เพราะวันนี้เตรียมสื่อมาพร้อม แต่กลัวว่าสื่อที่ใช้จะเสร็จเร็วเกิน เลยคิดเกมสด ยังดีที่ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ นึกๆอีกก็รู้สึกว่า นอกจากเอาจริงเอาจังในการแข่งขันแล้ว ยังเห็นชัดได้ว่าเด็กดูอ่อนอังกฤษ แม้เด็กจะสามารถออกเสียงได้ว่าคำคำนี้ ออกเสียงอย่างไร แต่ไม่รู้ว่าเขียนอย่างไร
และรู้สึกดีอีกอย่างคือ...วันนี้เป็นวันสอนวันสุดท้าย และเล่นละครห้องสมุด ชักชวนให้เด็กเข้าห้องสมุดและอ่านหนังสือ เป็นเจ้าโดราเอมอน แม้จะโดนคนอื่นๆ ขโมยซีนก็ตาม โดยเฉพาะพี่นิดที่เป็นแม่มดที่มีอาณุภาพทำลายล้างสูมากๆ ทุก2วินาที เธอจะหัวเราะ แล้วพูดว่า "ชั่วร้าย" จนจะนับได้ว่า พี่นิดพูดว่า"ชั่วร้าย"กี่ครั้ง

20 มีนาคม

ไม่มีการสอนในห้องแล้ว เพราะเป็นวันกีฬาสี แต่ต่อให้แนวคิดที่พี่ๆเตรียมจะดีที่ไม่เน้นว่าใครจะเป็นแชมป์ ฉันรู้สึกกดดันไม่ใช่เรื่องเด็กๆหรอก เป็นกีฬาที่แข่งในวันนั้น มันเกิดขึ้นเมื่อฉันอาสาลงแข่งชักเย่อช่วยน้องสีเขียว พอเกมเริ่ม ดึงๆไปซักพัก ก็อยู่ดีๆพวกพี่ๆถือวิสาสะเข้ามาดึง(คำแรกๆที่ฉันคิดขึ้นมาได้คือ หน้าด้าน) ไม่ได้อาสาในช่วงเตรียมตัว แล้วความกดดันถึงระเบิดจนตัวฉันล้มชนกับม้าหิน.....................เจ็บนะสิ แต่ทำไมฉันคิดว่ายิ่งเจ็บยิ่งดี ฉันจะหลีกหนีไม่อยากเข้าแข่งเกมอะไรด้วยหรอก(ฉันนึกอยู่นี่คิดแทนเด็กเลย) หนีและหนีไปอยู่ในห้องสมุดที่จัดใกล้เสร็จ อ่าน อ่าน และอ่านหนังสือ รองาน สพช. ซึ่งเกือบจะล่มเพราะฝนตกหนักมาก พองานจริงคนก็มาไม่มาก แต่เป็นกันเองดี ร้องเพลงคาราโอเกะ เพลง "ดาวมหาลัย" ได้ไพเราะ(ประชดยะ) และขนลุกสุดๆเมื่องานบายศรีเริ่มขึ้น โดยปกติฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องพิธีกรรมหรือความเชื่อต่างๆ จนกระทั่งพอเจอเรื่องกับตัว ฉันจึงน่าจะเรียนรู้ แม้จะจริงหรือไม่ ก็ทำเป็นเพื่อขอกำลังใจ ให้ฉันมีพลังในการมีชีวิต
แล้วเมื่องานเสร็จฉันพึ่งคิดถูกว่าผลดีของการทีชาวบ้านมาน้อยคือ....จะได้ล้างจานน้อยลง

21 มีนาคม

ถ้าฉันนับวันอยู่ค่ายจนถึงวันนี้ ฉันรู้สึกว่าผ่านไปเร็วมากๆ 10 วัน เหมือน 3 วัน และแล้วเมื่อถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ฉันก็กลับไปเป็นเด็กเทพเหมือนเคย หลังจากเกือบจะได้เป็นครูที่โรงเรียนบ้านท่าทางเกวียนภายใน 10 วันที่ผ่านมา (เล่นสอนนักเรียนตั้ง 4 วัน)

 

Comment

Comment:

Tweet

oakley frogskins yellow
oakley frogskins neon yellow
oakley dispatch white
holbrook oakley

#14 By oakley frogskins neon yellow (103.7.57.18|59.60.123.217) on 2012-05-07 17:00

Mont blanc Rollerball Pen sale
Fake Oakley Fuel Cell Sunglasses
Montblanc Pen

#13 By Fake Oakley Flak Jacket (59.60.122.149) on 2012-04-27 15:31

Mont blanc Boheme Pen uk
Oakley Dispatch sunglasses
Mont Blanc UK
Replica Oakley Fuel Cell Sunglasses
Mont blanc Rollerball Pen uk
Oakley Flak Jacket sunglasses
Mont Blanc Pens
Fake Oakley Gascan

#12 By mac cosmetics sale (59.60.122.149) on 2012-04-27 10:01

#11 By شات صوتي (41.238.158.215) on 2011-12-27 10:33

ty for website

#10 By شات مصرى (41.239.148.157) on 2011-12-26 15:42

Never realized missing so let person juicy accessories wholesa

#9 By juicy (123.165.104.221) on 2011-01-16 16:14

เราอยู่ครุฯ ก็มีค่ายอาสาประมาณนี้เหมือนกัน
ไปมาก็หลายค่ายแล้ว
อยากลองเปลี่ยนไปค่ายของที่อื่นบ้าง
ถ้ามีค่ายมาอีก รบกวนช่วยส่งข่าวคราวบอกด้วยนะคะ
bee_biey@hotmail.com

#8 By bb (124.120.200.95) on 2010-03-28 15:18

ค่ายแรกที่ไปคือชัยภูมิ

เด็กน่ารัก บรรยากาศดี ชาวบ้านเป็นมิตร

พิธีบายศรีอบอุ่น

เพื่อน พี่ น้องที่คบกันมาจนทุกวันนี้มาจากค่าย

และ

ตุ๊กแกยังคงเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ค่ายตลอดกาลsad smile

#7 By มโนภาพ on 2009-05-08 21:31

#6 By (124.121.193.29) on 2009-04-30 08:44

sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile wink wink double wink double wink double wink double wink double wink double wink cry cry cry cry

#5 By เค้ก (118.173.33.192) on 2009-04-27 21:12

ตอนที่เราอยู่ป.1เรากำลังจะเอาตุ๊กตามีวันหนูกำลังจะเปิดมีอยู่ว่าในตู้ของเล่นมีตุ๊กแกตัวมี1ตัว3เมตรเองเกือบจะกัดเราเลยโชคดีที่ปิดทันเหมือนอย่างนั้นหนูตายไม่นานมีอีกเร่องหนึ่งสยองมากเลยตอนอยู่ป.1ยายหนูกำลังจะเอายาละไปเจอตุ๊กแกยาว4นิ้วละน้าหนูเอาไม้กวดไล่มันละหนูก็ไปด้วยพอไล่มันเกือบจะกัดหนูมันอาวปากเลยมันกำลังจะกัดเราโชคดีที่หนูวิ่งทันถ้าทุกคนป็นหนูนะป่านี้พวกเธอละพวกนายตายไปนานแล้วนะเตือนไว้เมื่ออย่างนั้นอดเล่นน้ำสงการต์นะถ้าตุ้กแกกัดนะมีคนเคยโดนกัดขานะขาเขารีบเลยอดเล่นเล่นเลยคนอื่นนะไม่ใช่เราangry smile

#4 By ต้า (114.128.15.206) on 2009-04-05 10:51

ตอนที่เราอยู่ป.1เรากำลังจะเอาตุ๊กตามีวันหนูกำลังจะเปิดมีอยู่ว่าในตู้ของเล่นมีตุ๊กแกตัวมี1ตัว3เมตรเองเกือบจะกัดเราเลยโชคดีที่ปิดทันเหมือนอย่างนั้นหนูตายไม่นานมีอีกเร่องหนึ่งสยองมากเลยตอนอยู่ป.1ยายหนูกำลังจะเอายาละไปเจอตุ๊กแกยาว4นิ้วละน้าหนูเอาไม้กวดไล่มันละหนูก็ไปด้วยพอไล่มันเกือบจะกัดหนูมันอาวปากเลยมันกำลังจะกัดเราโชคดีที่หนูวิ่งทันถ้าทุกคนป็นหนูนะป่านี้พวกเธอละพวกนายตายไปนานแล้วนะเตือนไว้เมื่ออย่างนั้นอดเล่นน้ำสงการต์นะถ้าตุ้กแกกัดนะมีคนเคยโดนกัดขานะขาเขารีบเลยอดเล่นเล่นเลยคนอื่นนะไม่ใช่เราangry smile

#3 By ต้า (114.128.15.206) on 2009-04-05 10:50

น่าอิจฉาจริงๆครับ big smile

ผมยังเสียดายมาจนทุกวันนี้เลยครับว่าตอนเรียนไม่คิดจะออกค่ายกับเขาบ้าง

#2 By Seam - C on 2009-03-23 08:37

ชอบค่ายจุฬามากค่ะ

หนูเคยไป
แต่เป็นของ จังหวัดอุดร



อยากติดจุฬาๆๆๆopen-mounthed smile

#1 By inthebee on 2009-03-22 12:39