5 แพร่ง ไม่สด แต่ยังอร่อย

posted on 13 Sep 2009 22:10 by initiala0099

  ระยะหลังฉันเริ่มถอยห่างจากหนังผีไทยเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ มีแต่ผี "ตุ้งแช่" แต่เมื่อหนังเรื่องนี้ปรากฏ ความรู้สึกอยากดูกลับมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากดูชื่อผู้กำกับที่ที่น่าจะรับประกันฝีมือได้แล้ว ยังคิดว่าความสนุกของหนังประเภทนี้คือการดูแล้วเอามาประชันว่า ตอนไหนน่ากลัวสุด หลอนที่สุด (ถ้าสไตล์วัดเรตติ้งก็ตอนไหนที่คนดูกรี๊ดดังสุด) อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึงภาพรวมของหนังเรื่องนี้กับ"สี่แพร่ง" จะเห็นได้ว่าความน่ากลัวสู้ภาคก่อนไม่ได้เลยซึ่งอาจจะเป็นเพราะเวลาดูหนังเรื่อง ฉันเดาได้ง่ายว่าผีจะโผล่มาช่วงไหน(จะได้อุดหูทัน อิอิ) และไม่รู้สึกฮือฮา ตื่นเต้นแบบที่"สี่แพร่ง"เคยทำ แต่หนังก็ได้สร้างจุดแข็งที่สำคัญคือการสร้างอารมณ์ดราม่า ให้เกิดความสะเทือนใจอย่างไม่ยัดเยียด พอจะตลกก็ตลกกระจายอย่างสมดุล ยิ่งไปกว่านั้นหนังประสบความสำเร็จในการนำปัญหาสังคมไทยในปัจจุบันมาผูกเรื่องกับความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรมได้ลงตัว ไม่รู้สึกว่าคนทำหนังจับประเด็นนั้นประเด็นนี้มาใส่ไว้เฉยๆ และเป็นการเปิดโอกาสให้คนคนหนึ่งที่เคยทำผิดพลาดอย่างมหันต์ในภาคก่อน กลับมาปรับปรุงให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

 1.หลาวชะโอน (ปวีณ ภูริจิตปัญญา)นี่ถือว่าเป็นผลงานที่ก้าวกระโดดไปข้างหน้าของผู้กำกับที่เคยยำ"ยันต์สั่งตาย" เละจนไม่มีชิ้นดี พอมาถึง"หลาวชะโอน" เขากลับมาแก้มือได้อย่างสวยงามด้วยการนำความเชื่อดั้งเดิมผูกกับกระแสลบที่เป็นปัญหาเรื้อรัง กลายเป็นเรื่องราวของกฏแห่งกรรมที่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ปกคลุมด้วยความวังเวงจนหลอนและสยอง แบบไม่ต้องพึ่ง"ผีตุ้งแช่" บวกกับการแสดงของเก้า จิรายุ จึงไม่แปลกที่เมื่อถึงฉากที่เขาได้รับผลกรรม ผู้ชมจะรู้สึกสะเทือนใจกับผลกรรมที่เขาได้รับอย่างสาสม

2.ห้องเตียงรวม (วิสูตร พูวรลักษณ์) อาจจะเป็นตอนที่ด้อยที่สุด เพราะเน้นความ"ตุ้งแช่" และเดาทางได้ง่ายว่า"เขา"จะปรากฏเมื่อไร แม้ชอบการวางสถานการณ์ให้ตัวละครถูกกดดันในสถานที่ที่จำกัด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผู้กำกับน่าจะทำให้น่ากลัวได้มากกว่าการเล่นเทคนิคเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา

3.Backpacker (ทรงยศ สุขมากอนันต์) หลายคนบอกว่าลอกเลียนแบบฝรั่งชัดๆ แต่โชคดีที่ลอกแล้วไม่ทำให้เสีย ยังคงสภาพบริบททางสังคมที่ผลกระทบก่อให้เกิดผีซอมบี้ อย่างไรก็ดันไปเสียที่ฉากสุดท้ายของหนัง อย่างน้อยหนังแสดงให้เห็นว่าแน็ค ชาลีกับทรงยศ เหมาะสมกับแนวๆผี แบบหนังเรื่องนี้กับ"เด็กหอ" มากกว่าปิดเทอม์ใหญ่ฯ หลายๆเท่า

4.รถมือสอง (ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ) เกือบอยูในสภาพเดียวกับ "ห้องเตียงรวม" แต่รู้สึกสะเทือนใจมากพอๆกับ "หลาวชะโอน" เพราะหนังตั้งใจจะถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างแม่-ลูกซึ่งประเด็นนี้ ผู้กำกับน่าจะมีเวลาขยายความได้อีกมากกว่า "ประเคนสารพัดผี" จนสุดท้ายฉากไคลแมกซ์(ที่ดูเหมือนจะให้ออกมาแบบ The orphanage) ไม่ถึงที่สุด

5.คนกอง (บรรจง ปิสัญธนะกุล) หากรู้สึกว่า หนังผี(ไทย)ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ทางเดียวที่ทำได้คือ "ล้อเลียน"ซะเลย ดูเหมือนว่าจะเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่หนังรวมชุด จะต้องมีบางตอนที่สร้างเสียงฮาแตก สยองแหลก คนดูขำน้ำตาเล็ด แต่สยองเข็ดจนน้ำตาไหล หลังจากเคยบ้าบอคอแตกมาแล้วใน "คนกลาง" พวกเขาก็กลับมาอีกใน "คนกลาง" แต่ต่อให้พวกเขาจะยิงมุขกี่ครั้ง ก็ไม่ฮือฮาเท่ามาช่า ที่เรื่องนี้เธอยิ่งกว่าเปลี๊ยนไป๋ ผลก็คือ "คนกอง"กลายเป็นตอนทีรับประกันความ"เฮี้ยน" เฮี้ยนทั้งคน เฮี้ยนทั้งผี(หรือเปล่า) เลยรู้สึกว่าคนสร้างคิดถูกอย่างยิ่งที่เอาเรื่องนี้มาเป็นตอนท้ายสุด ไม่ใช่เพราะหลังจากดูอะไรหดหู่ๆมากพอ แล้วมาคลายเครียด แต่ฉากจบนี่สิ เหมือนเอาค้อน...เด็กเล่น...มาตีหัวคนดูจนเดินออกจากโรงในอาการเหวอกระจาย

 ดังนั้น ถ้าหาก "ห้าแพร่ง" เปรียบได้กับอาหาร ก็คงเป็นอาหารที่ไม่สด ถูกกักเก็บไว้เป็นเวลานาน แต่คนทำหนังได้สรรหากรรมวิธีการรักษาให้คงความอร่อย บางทีก็สร้างรสชาติแบบใหม่ และคงคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างยอดเยี่ยม

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ข้ามโลดก่อนเด้อครับ ยังไม่ได้ดู

#1 By Seam - C on 2009-09-14 08:43