review

หนังไทยยอดเยี่ยม

 1. ลัดดาแลนด์

ลืมไปซะเรื่องผีตุ้งแช่ ความล่มสลายสถาบันครอบครัว คือความสยองของแท้

 2. ฝนตกขึ้นฟ้า

ฟิล์มนัวร์ที่หายากเต็มทนในวงการหนังไทย

 3.Suckseed ห่วยขั้นเทพ

ไม่ suck ไม่ห่วย แต่เท่/เจ๋ง/จี๊ดดดดดด

4.ปัญญา เรณู 

อบอุ่นอย่างจริงใจ

  หนังต่างประเทศแห่งปี

10. Rise of the Planet of the Apes  - ประเด็นวิทยาศาสตร์แข็งแรง กับความสนุกแบบหนังกระแสหลัก

  

9. Take Shelter - ผัวบ้าคนเดียว เสียว(ไส้)ทั้งเรื่อง

  

8. Contagion - โซเดอร์เบิร์ก กล้ามาก เอาดาราออสการ์กับซูเปอร์สตาร์มาฆ่าและทรมานให้ตายทั้งเป็น

  

7. The Help - ความขัดแย้งทางการเมือง ทางสังคม ถ่ายทอดออกมาแบบผู้หญิงถึงผู้หญิงที่มีทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา

 

6. Warrior - ถึงจะเน้าเน่าโคตรรรรรรรร แต่มีระดับ มากกว่าขายหนุ่มหล่อล่ำ อิอิ

 

5. Attack the Block - มะนาวต่างดุ๊ดที่ดูเหมือนชุดมาสคอต ปะทะจิ๊กโก๋ที่เกรียนกว่า Super 8 หลายหมื่นเท่า ผลคือโหดและแรง

 

4. Drive - ความอ่อนโยนที่อบอวนอยู่ในหนังเรื่องนี้ ทำให้กลายเป็นหนังแอกชั่นที่โรแมนติกที่สุด ขณะเดียวกันความดิบเถื่อนก็ถึงใจเช่นกัน

 

3. Hanna - เป็นการนำเทพนิยายมาเล่าใหม่แบบหนังแอกชั่น ที่ไม่เสียรูปการณ์ ขณะเดียวกันหนังทั้งงดงามและเท่ในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญคือ ขอชาบู ชาบู The Chemical Brothers

 

2. Confessions - หนังที่กล้านำเสนอปัญหาครอบครัว, การศึกษา และสังคมแบบถึงลูกถึงคน การนำเสนอในสไตล์เหมือน มิวสิกวิดิโอ ช่างขัดแย้งกับความชิบหายวายวอดของตัวละคราวฟ้ากับเหว

  

1. Scream 4 - โอเค คงจะมีใครถามว่า บ้า(เลือด)หรือเมาเนี่ยที่เลือกหนังเรื่องนี้ จริงๆแล้วหนังน่าจะอยู่ในหมวด Guilty Pleasure นะ แต่ก็มีอะไรหลายอย่างที่จะทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังแห่งปี อย่างน้อยก็ตอบโจทย์ได้สำเร็จทั้งความสยอง ความลุ้นระทึก ตลกขบขัน จนถึงการวิพากษ์วิจารณ์วงการหนัง(สยอง)แบบถึงใจ ถึงตัวละครจะมีทั้งฉลาด และโง่เง่า แต่ออกมาจริงใจและจริงจัง ผลก็คือ มันโดนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

 

Honorable Mention

 Source Code, The Tree of Life, Tucker & Dale vs. Evil, Limitless, Super 8, X-Men: First Class, Friends with Benefits, Doraemon the Movie : Nobita and the new steel troops, Tomboy

 The underrated Trust

 The Overrated Captain America :the First Avenger

 The Disappointing but not the worst In Time

 ไม่ไหวจะเคลียร์

  1. ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 4 ศึกนันทบุเรง
  2. World Invasion :Battle Los Angeles

.................................................................

 

สสารยอดเยี่ยม(สิ่งที่นอกเหนือจากมนุษย์และสัตว์)

  1. เครื่องปั๊มหัวใจ - Scream 4
  2. แจ็กเก็ตของ ไรอัน กอสลิง - Drive
  3. พายพิเศษ - The Help
  4. 112 - Rise of the Planet of the Apes
  5. น้ำนม - Visitor Q
  6. กระต่ายคอตต้อนบันนี่ - Confessions

--------------------------------------------------

The Classic and the Retrospective

  1. Seven Samurai
  2. Elephant
  3. White Material
  4. Fight Club
  5. Welcome
  6. Men Behind the Sun
  7. The Good, the Bad and the Weird
  8. Show Me Love
  9. Ikiru
  10. Song of Sparrows

Honorable mention

ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด, Man on Wire, Baise Moi, Panic (Henry Bromell), Zoo, Tetsuo:the Iron man

 

The LINES OF 2011

  • Eat My Shit (Octavia Spencer - The Help)
  • I missed your heart ( Saiorse Ronan - Hanna)
  • You forgot the first rule of Remakes : Don't fuck with the Original ( Neve Campbell - Scream 4)

The Most Desirable Actors and Actresses (แบบทางการ)

aka O-NGIAN TWELVE LOL

  1. Neve Campbell - Scream 4
  2. Michael Fassbender - X Men : First Class
  3. Ryan Gosling - Drive
  4. Eric Bana - Hanna
  5. Jennifer Lawrence - X Men : First Class
  6. Frank Grillo - Warrior
  7. Hayden Panettiere - Scream 4
  8. Yusuke Iseya - Tomorrow's Joe
  9. Thomas Price - Amphetamine
  10. Osman Hung - Permanent Residence
  11. Joel Edgerton - Warrior
  12. Lucas Till - X Men First Class

 

 

 

edit @ 12 Jan 2012 20:28:46 by initial A

กำกับโดย ทาคาชิ มิอิเกะ

 

visitor Q

 

 หนังเปิดเรื่องมีข้อความขึ้นว่า คุณเคยทำแบบนี้กับพ่อตัวเองหรือเปล่า แล้วเข้าฉากสนทนาระหว่างสาวไซด์ไลน์กับหนุ่มใหญ่ที่พยายามทำสารคดีเกี่ยวกับปัญหาวัยรุ่น เขากับเธอเดาได้ว่าเป็นพ่อลูกกัน แต่แล้วการสนทนาเลยเถิดถึงขั้น....ต่อให้หนุ่มคนนั้นข่มใจอยู่ตลอดสุดท้ายก็.....

คุณเคยตบตีแม่หรือเปล่า แล้วนำเสนอลูกชายวัยรุ่นลงไม้ลงมือกับแม่แท้ๆทั้งตบ ฟาด ด่าว่านังสารเลวแบบไม่เกรงสวรรค์นรก ซึ่งจริงๆแล้วลูกชายคนนี้มักถูกนักเรียนคนอื่นทำร้ายเป็นประจำ ขณะที่คุณแม่ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ แสนดี เธอแอบเข้าห้องแล้วเสพยา รักสวยรักงามเกินเหตุ ซึ่งภายหลังรู้ความจริงว่าเธอทำงานเหมือนลูกสาวนั่นแหละ

และสุดท้าย คุณเคยฟาดหัวใครหรือไม่แล้วหนุ่มใหญ่ (ที่...กับลูกสาว) นั่งรอจนกระทั่งหนุ่มลึกลับ (นาย Q ผู้นี้นี่เอง) เอาก้อนหินฟาดหัวหนุ่มใหญ่เข้าอย่างจัง ที่เฮี้ยนแตกคือต่อให้โดนฟาด 2ครั้ง สุดท้ายนาย Q ก็เป็นเพื่อนของเขา การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้ของนาย Q กำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้ครอบครัวนี้กลับมาสมบูรณ์แบบ....แบบเกินคำบรรยาย

    ที่กล่าวมาคือตัวอย่างเบาะๆ(แต่อ่านย่อหน้าแรกก็พูดไม่ออกแล้ว)ของหนังที่เกินขีดความกเฬวรากของมนุษย์ ใดๆ บางครั้งเมื่อดูหนังเรื่องนี้ นอกจากตัวละครแล้ว อาจมีการสาปส่งผู้กำกับรายนี้ที่ถ่ายทอดออกมาบนจอ(ต่อให้เป็นหนังส่งตรงวิดิโอก็ตาม)แบบไม่เกรงกลัว “ศีลธรรมอันดีงาม” แม้ความรุนแรง ฉากสยองแบบเลือดสาดจะไม่เท่า Ichi the Killerซึ่งแรกๆคิดว่าเป็นที่สุดในชีวิตการทำงานของมิอิเกะ ตรงกันข้ามฉากเหล่านั้นดูก๊องแก๊ง ชวนหัวร่อ (แต่จุกอยู่ข้างใน) แต่พฤติกรรมของพวกเขามันแทบไม่น่าเชื่อว่าคนทำหนังคิดได้อย่างไร(แต่ฉันชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่คงอีกเรื่องหนึ่ง) อย่างไรก็ตามก็เชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้ (เคย) เกิดขึ้นจริง เพียงแต่...ไม่ไหลท่วมขนาดนั้น และเชื่อว่าความรุนแรง ต่ำตมของมนุษย์ในสังคมนั้น ไม่ได้เกิดจากตัวสื่อต่างๆอย่างหนัง ละคร เพลง แม้กระทั่งเกม ตัวมนุษย์ต่างหากคือต้นกำเนิดของความจัญไรทั้งปวงซึ่งฉากหนุ่มใหญ่ถ่ายวิดิโอการทำลายข้าวของในบ้านโดยแก๊งคู่ปรับของลูกชาย โดยไม่มีการช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น ซ้ำร้ายเขายังบรรยายเหตุการณ์นั้นด้วยความทึ่งและยินดีปรีดาที่หนังของเขามีจุดขายให้ผู้ชมมาดูหนังของเขา(หรือเปล่า...ก็อีกเรื่องหนึ่ง)แม้กระทั่งตอนลูกชายตนเองถูกทำร้าย ก็ยังนั่งในรถแล้วถ่าย  วิดิโอหน้าตาเฉย(ถ้าถูกทำร้ายจนตาย ก็กลายเป็น Snuff  Film  เรียบร้อย)เป็นการสะท้อนวาทกรรมนั้นได้เด่นชัด

   สุดท้ายว่าฉันชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่ ฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นได้ทั้งหนังที่เกลียด(นอกเหนือจากพฤติกรรมของตัวละครแล้ว ก็มีบางช่วงชวนหาวนอน แต่ฉากสารพัดสารเพของตัวละครทำให้ตื่นและยิ่งกว่าตะลึง)และชอบมากในความกล้าสุดขีด บ้าบิ่นที่ขุดส่วนของจิตใจที่ลึกและมึดมิดยิ่งกว่าโคลนตมมาระบายบนจอพร้อมด้วยของเหลวในร่างกายให้ผู้ชมรับรู้เกือบทุกประสาทสัมผัส(ดีไม่ดี รู้สึกมีกลิ่นออกมาด้วย) ยังไงมนุษย์ผู้ทรงศีลธรรมอันดี(แบบไร้สติ)คงบุญไม่รับ จะรักหรือจะชัง หนังเรื่องนี้ติดอยู่ในความทรงจำของชีวิตเรียบร้อย

 

edit @ 19 May 2011 16:27:15 by initial A

Let the right one in (DON'T MISS)

posted on 15 May 2009 21:54 by initiala0099

 

 

let the right one in

ก่อนจะดูก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ความแรงของหนังเรื่องนี้ ที่มาน้อย แต่ปล่อยพลังทำลายล้างสูง (อาจจะสูงกว่า Twilight) ทั้งด้านอารมณ์ ปฏิกิริยาเคมีของสองนักแสดงนำซึ่งอายุน้อย แต่เข้าขากันได้อย่างมีเสน่ห์ และความรุนแรงที่ไม่มีประนีประนอมใดๆ แต่ด้วยการที่หนังเป็นหนังยุโรป คงต้องทำใจว่าความตื่นเต้นน้อยกว่าหนังฮอลลีวู้ด

  นอกจากนี้บรรยากาศในหนัง ดูห่างไกลจากความโรแมนติกที่ต้องมีธรรมชาติงดงาม วิวสวยอะไรทำนองนี้ ตรงกันที่มีแต่ความหนาวเย็น(จนฉันหนาวตาม) ปกคลุมด้วยหิมะ แสดงถึงความเหงา ความสับสน และความอึดอัดซึ่งบรรยากาศในหนังก็เป็นส่วนหนึ่งที่กลายเป็นแรงผลักดันเกิดความผูกพันของสองตัวละครหลัก ระหว่างออสการ์ เด็กชายขี้อายที่ถูกอันธพาลรังแก กับอิลี่ เด็กหญิง(!??)ท่าทางประหลาด จึงไม่แปลกใจที่เธอคนนั้นคือ แวมไพร์ แต่ต่อให้อิลี่จะเป็นใครมาจากไหน การที่เธอช่วยเหลือออสการ์ให้เข็มแข็ง กล้าหาญพอที่จะต่อกรกับอันธพาล ความผูกพันฉันท์เพื่อนสนิท กลายเป็นความรักที่คลุมเครือ แต่มากกว่าคำว่า"เพื่อน" และแล้วในความหนาวเหน็บของชานเมืองสวีเดน ก็มีความโรแมนติกซุกซ่อนอยู่ เพียงแต่เป็นโรแมนติกที่ต้องแปดเปื้อนด้วยเลือดและความตายทุกครั้ง

  เป็นความจริงที่หนังเรื่องนี้มาจากยุโรป สไตล์การดำเนินเรื่องที่เนิบช้า อาจจะเป็นเอกลักษณ์แต่แสลงสำหรับคนดูที่หวังจะดูอะไรกระชับฉับไว(ด้วยเหตุนี้หรือเปล่า ฮอลลีวู้ดถึงเอาไปรีเมค)แต่แล้วหมัดเด็ด(หรือเขี้ยวเด็ด)ที่ทำให้หนังเรื่องนี้"โดนใจ"อย่างแรงคือปฏิกิริยาเคมีของสองนักแสดงนำที่ฝีมือเทียบได้กับดารารุ่นใหญ่ รู้สึกว่าเอาใจช่วย แม้ว่าพวกเขาจะมีด้านมืดที่ไม่น่าให้อภัยเลย(โดยเฉพาะ ตัวอิลี่)ความรักของพวกเขา ดูโรแมนติกอย่างงดงาม เพียงแต่ความงามแต่งเติมด้วยเลือด เนื้อและความตาย ยิ่งไปกว่านั้น ฉากสุดท้ายของหนัง กลับรู้สึกดีอย่างคาดไม่ถึงแอบสะใจนิดๆ แต่ติดตา อย่างไรก็ตาม หนังมีข้อสงสัยที่อาจจะเป็นจุดอ่อนของหนังคือ ทำไมอิลี่ถึงเลือกออสการ์ ออสการ์มีอะไรพิเศษกว่า ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างอิลี่ กับชายแก่ที่หาเหยื่อให้เธอ และอิลี่เป็นแวมไพร์ได้อย่างไร หนังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจน แต่ด้วยบรรยากาศที่หนังต้องให้เป็นเช่นนี้ (ความสับสน คลุมเครือ นำไปสู่ความสงสัย)จากจุดอ่อนกลับสร้างความลึกลับจนเป็นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้ได้ จะว่าไปแล้ว ความรักนั้น ส่วนหนึ่งมาจากรสนิยม รสนิยมนี่แหละที่ตอกย้ำความเป็นมนุษย์ได้ ไม่เว้นกระทั่งแวมไพร์

 หนังเรื่องนี้จึงเรียกได้ว่า  เหงาแต่หลอน สยองแต่โรแมนติก

 

ปล. ยอมรับว่าหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ ฉันก็นึกสนุกอยากเอาหนังเรื่องนี้ไปสู้กับ Twilight (ประมาณว่า แหม! คลั่ง Twlight ใช่มั้ย แกเจอหนังเเรื่องนี้ แล้วจะรู้สึก) ราวกับจะจัดมวยคู่เอก จริงๆแล้ว หนังแต่ละเรื่องต่างมีคุณภาพอยู่ในตัว อย่างน้อยคนที่ชอบหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ย่อมสามารถหาอะไรที่ดีไปกว่า นักแสดงหล่อสวย อิอิ
ต่อให้คุณชอบ Twilight หรือเฉยๆ หรือไม่ชอบ นี่คือหนังที่ห้ามพลาดประการทั้งปวง